เกร็ดความรู้สู้โรค
จี้คุม บุหรี่กานพลู ห่วงวัยรุ่นฮิตติดง่ายลักลอบขายเกลื่อนเมืองซื้อง่าย-ราคาถูก
1 พฤษภาคม 2555
1433
| นักวิชาการชี้ "บุหรี่กานพลู" ฮิตในหมู่วัยรุ่น ลักลอบขายเกลื่อนเมือง ห้างฯ ตลาดนัด ชุมชน แถมราคาถูก กลิ่นหอม หาซื้อง่ายหลอกล่อให้เข้าใจผิดว่าพิษน้อย ทั้งๆ ที่เสี่ยงมะเร็งเท่ากัน ในอัตราที่น่ากลัวกว่าเพราะติดง่าย ไม่สำลัก ระบุขนาดอเมริกา ยังสั่งห้ามนำเข้า จี้จับตาเฝ้าระวังจับกุมลักลอบขายผิด กม. ผศ.ดร.ศรีรัชลาภใหญ่ สาขาสื่อสารการตลาด คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวในการแถลงข่าวเรื่อง "บุหรี่กานพลู หรูแต่ไล่ล่าลูกหลานไทย" ว่า บุหรี่กานพลูเป็นบุหรี่ชูรสประเภทหนึ่ง มีต้นกำเนิดจากประเทศอินโดนีเซียและแพร่หลายในกลุ่มวัยรุ่น ทั้งนี้ ได้ทำการศึกษาวิจัยตั้งแต่ปี 2553 พบว่า ตลาดบุหรี่กานพลูโตขึ้นอย่างรวดเร็วเพิ่มขึ้นราว 60% ที่น่าเป็นห่วง คือ เยาวชนสามารถหาซื้อได้ง่ายทั่วไปใน กทม. ทั้งนี้ พบว่ามีการขายตามแหล่งชุมนุมของวัยรุ่น โดยส่วนใหญ่ขาย ตามหน้าห้างสรรพสินค้าสถานีรถไฟฟ้า ตลาดนัด โรงหนัง สะพานลอย และร้านค้าในหมู่บ้าน ที่สำคัญมีราคาถูกกว่าบุหรี่ทั่วไป "บุหรี่ชนิดนี้มีมานานแล้วมีทั้งแบรนด์เก่าที่เป็นที่นิยมและแบรนด์ใหม่ที่เข้ามาตีตลาด ซึ่งบุหรี่ที่ออกมาใหม่จะมีลูกเล่น เช่น ใส่เม็ดมินต์ ออกแบบบรรจุภัณฑ์สวยหรู ทันสมัย สีสันสดใสมีการออกแบบเหมือนกล่องลิปติกทำให้พกพาง่ายสำหรับผู้หญิงและทำกล่องขนาดเล็กสำหรับเยาวชน อีกทั้งมีรสชาติหลากหลาย จูงใจวัยรุ่น ซึ่งเป็นสิ่งที่สังคมต้องเฝ้าระวัง" ผศ.ดร.ศรีรัชกล่าว ผศ.ดร.ศรีรัชกล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังมีกลยุทธ์การขายทั้งแบบขาย 3-4 มวน ในราคา 20 บาท หรือจัดทำแพกเกจแบบผสม รวมบุหรี่หลายรส ทำให้กลุ่มวัยรุ่นยิ่งเข้าถึงได้ง่าย เพราะหาซื้อง่ายและขายราคาถูก ที่น่ากังวลอีกประการหนึ่งคือมีการโฆษณาด้วยคำว่า ไมด์, ไลท์, นิโคตินต่ำและทาร์ต่ำทำให้เกิดความเข้าใจผิดและทำให้ผู้สูบหลงเชื่อว่าเป็นบุหรี่ปลอดภัย มีพิษภัยน้อยกว่าบุหรี่อื่นๆ แต่ความจริงบุหรี่กานพลู มีพิษภัยเทียบเท่าบุหรี่ทั่วๆ ไป นพ.หทัย ชิตานนท์ ประธานสถาบันส่งเสริมสุขภาพไทย มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ประธานรัฐภาคีกฎหมายบุหรี่โลก องค์การอนามัยโลก2550-2551 กล่าวว่า บุหรี่กานพลู เป็นบุหรี่ที่มีการลักลอบนำเข้ามาเป็นเวลาหลายปีและมีการวางขายอย่างเปิดเผยโดยไม่มีการจับกุม สำหรับบุหรี่กานพลูแตกต่างจากบุหรี่ทั่วไป คือผลิตจากใบยาสูบ 60% และมีกานพลู 40%เนื่องจากในบุหรี่กานพลูปล่อยกลิ่นหอมที่มีสาร eugenol ซึ่งเป็นยาชาเฉพาะที่ที่ทันตแพทย์ใช้ เมื่อสูบบุหรี่กานพลูจะทำให้หลอดลมของผู้สูบชาทำให้ไม่สำลักจึงสามารถสูบควันลึกลงไปส่วนลึกของปอด ทำให้โอกาสที่เด็กจะติดบุหรี่จึงมีสูง เมื่อเทียบกับสูบบุหรี่ธรรมดา นอกจากนี้ บุหรี่กานพลูยังมีกลิ่นหอม รสเย็นชวนให้เด็กติด ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ประเทศสหรัฐอเมริกาห้ามนำเข้า ทำให้อินโดนีเซียสูญเสียรายได้จากการส่งออกราวปีละ 1 แสนล้านบาท นพ.หทัย กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้บุหรี่กานพลูยังปล่อยนิโคติน และก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ และทาร์ ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งมากกว่าบุหรี่ธรรมดาดังนั้น ถึงแม้อันตรายจะเทียบเท่ากันแต่เป็นอัตราที่มากกว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรกวดขันห้ามนำเข้าอย่างเด็ดขาด และดำเนินการตามกฎหมายต่อผู้ลักลอบนำเข้าบุหรี่กานพลูอย่างเคร่งครัด ด้าน ดร.นิทัศน์ ศิริโชติรัตน์ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดลกล่าวว่า บุหรี่กานพลู ถือเป็นผลิตภัณฑ์ยาสูบที่ผิดกฎหมาย 2 ฉบับ คือ พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2509 ซึ่งดูแลโดยกรมควบคุมโรค ตามมาตรา 11 หากผู้ผลิต หรือผู้นำเข้าผลิตภัณฑ์ยาสูบต้องแจ้งรายการส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน6 เดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนี้ ยังผิดพ.ร.บ.ยาสูบซึ่งรับผิดชอบโดยกรมสรรพสามิต หากลักลอบเข้ามาจำหน่ายมีโทษตามมาตรา 46 คือปรับไม่เกิน500 บาท และผิดมาตรา 50 มีโทษปรับ 15 เท่าของค่าแสตมป์ยาสูบที่ต้องเปิด |
| แหล่งข่าวโดย » ASTV ผู้จัดการรายวัน(25 มค.55) |
นโยบายการใช้คุกกี้ (Cookies Policy)